รู้ไหม? AI เป็นคู่หูใหม่ในการเลือกซื้อบ้านรีโนเวทพร้อมเข้าอยู่ที่ตรงใจคุณได้
ในปัจจุบัน โลกของเราได้พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ด้านอุตสาหกรรม ด้านการแพทย์ ด้านเทคโนโลยี และอื่น ๆ อีกมากมาย และ 1 ในสิ่งที่มาแรงที่สุดคงหนีไม่พ้นอย่าง AI ซึ่งเป็นสิ่งที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ซึ่งการมาถึงของ AI ในครั้งนี้ จะเปลี่ยนแปลงวิถี และการดำรงชีวิตของมนุษย์ และขับเคลื่อนโลกให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น ซึ่งทุกคนคงจะสงสัยว่า AI จะเปลี่ยนแปลงมนุษย์และโลกของเราได้ขนาดนั้นเชียวเหรอ วันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟัง ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ AI ว่ามันคืออะไร? แล้วทำไมถึงเป็นเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนแปลงโลกได้?
AI คืออะไร?
AI ย่อมาจาก Artificial Intelligence หรือในภาษาไทยเรียกว่า ปัญญาประดิษฐ์ คือเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้เครื่องจักรสามารถทำงานและตัดสินใจได้เหมือนมนุษย์ เช่น การเรียนรู้ การวิเคราะห์ การวางแผน และการแก้ปัญหา โดย AI สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมากได้รวดเร็วและแม่นยำกว่าสมองมนุษย์ แต่ยังมีข้อจำกัดในด้านประสาทสัมผัสบางอย่างที่มนุษย์มี และด้านความสร้างสรรค์ที่ AI ไม่สามารถทำได้ หากไร้มนุษย์กำกับ.
ทำไม AI ถึงเป็นเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนแปลงโลกได้?
การพัฒนาศักยภาพของ AI ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภาคเศรษฐกิจและสังคมอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะเมื่อ AI ผสานรวมกับเทคโนโลยีอื่น ๆ เช่น ควอนตัม, spatial computing, และ edge computing AI ในปัจจุบันถูกนำมาใช้ในหลายด้าน เช่น การแพทย์ การวิจัย การเงิน และการตลาด CSIRO คาดการณ์ว่าการประยุกต์ใช้ AI ในเชิงพาณิชย์จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 22 ล้านล้านดอลลาร์ทั่วโลก
การตลาด การขาย และการบริการ สำหรับธุรกิจด้านนี้ ระบบ AI เข้ามามีบทบาทได้อย่างหลายอย่าง เช่น ช่วยพัฒนากลยุทธ์การขาย การดูแล และให้บริการลูกค้า รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ เพื่อดูความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้ รวมถึงการเก็บข้อมูลประวัติการใช้งานเว็บไซต์ การวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำมาใช้ในการโฆษณาทางออนไลน์ และนำมาปรับปรับใช้กับระบบการขาย และการบริการให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ระบบ AI ยังสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า และวิจัยการตลาดจากข้อมูลเชิงลึก ซึ่งจะช่วยทำให้ธุรกิจสามารถประเมินความสำเร็จ และทำให้เกิดการพัฒนาธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ในอนาคต
การดูแลรักษาความปลอดภัย ปัจจุบันการทำธุรกิจมีขั้นตอนต่าง ๆ มากขึ้น และซับซ้อนตามมาด้วย การป้องกันจึงต้องใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วย เช่น มีการใช้เอกสารปลอมแปลงมาใช้ในการทำธุรกรรมในองค์กร จึงได้มีระบบซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสที่มีเทคโนโลยี AI อยู่เบื้องหลังการทำงานด้วย
การวิจัย และการพัฒนา เทคโนโลยี AI มีระบบการทำงานในเรื่องของการรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากได้อย่างดีเยี่ยม และเกิดข้อผิดพลาดได้น้อยมาก ดังนั้น ในด้านการวิจัย การพัฒนาต่าง ๆ จะทำให้ได้ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ และมีความถูกต้องสูง ไม่ว่าจะในด้านอุตสาหกรรมไหน ๆ จะยิ่งพัฒนาให้สินค้านั้นเกิดผลสำเร็จได้อย่างมากเลยทีเดียว
|
แล้ว AI หรือ Artificial Intelligence มีความเกี่ยวข้องอะไรกับการเลือกซื้อบ้าน? จากข้อมูลที่พบในปัจจุบัน ผู้คนต่างพบเจอปัญหาในการเลือกซื้อบ้าน ไม่ว่าจะทั้ง บ้านที่ยังไม่รีโนเวท มีสภาพที่เสื่อมโทรมจนมองไม่เห็นภาพบ้านในฝัน คำนวณงบซ่อมแซ่มไม่ถูกจากโครงสร้างที่มีความไม่แน่นอนของบ้านเก่า หาทำเลที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ต่อความต้องการไม่เจอ หรือหาสไตล์บ้าน และความต้องการไม่เจอ ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เพราะการมาถึงของ AI ที่จะช่วย และมาเป็นคู่หูในการช่วยเหลือคุณ แต่ AI จะช่วยได้อย่างไร? เรามาชมกัน |
1. Visual AI เปลี่ยนภาพ "บ้านเก่า" ให้เป็น "บ้านในฝัน"
นี่คือเทคโนโลยีที่ช่วยทลายกำแพงเรื่องจินตนาการ ช่วยให้คุณสามารถมองเห็นภาพบ้านในฝันของคุณได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น โดย AI สามารถนำภาพถ่ายบ้านเก่าโทรม ๆ หรือห้องเปล่า มาใส่เฟอร์นิเจอร์ เปลี่ยนสีผนัง หรือแม้แต่ทุบกำแพงจำลองให้ดูเป็นสไตล์ Modern Loft หรือ Minimal ได้ในพริบตา ซึ่งช่วยให้คนซื้อไม่ต้องจินตนาการว่าถ้าซื้อไปแล้วจะแต่งออกมาเป็นยังไง ลดความเสี่ยงในการจ้างสถาปนิกออกแบบแล้วไม่ถูกใจภายหลัง เพราะเราเห็นภาพเสมือนจริง (Photorealistic) ก่อนเริ่มงานรีโนเวทจริง
2. Budgeting คุมงบอยู่หมัด ไม่มีคำว่า "บานปลาย"
ปัญหาใหญ่ที่สุดของการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยพร้อมอยู่ และการรีโนเวทบ้านใหม่คือ "งบบาน" ซึ่ง AI สามารถเข้ามาช่วยจัดการ วิเคราะห์งบประมาณ ค่าใช้จ่ายให้คุณได้ โดย AI วิเคราะห์ข้อมูลราคาวัสดุก่อสร้าง และค่าแรงในตลาดแบบ Real-time รวมถึงใช้ระบบ Predictive Maintenance เพื่อวิเคราะห์ว่าบ้านอายุเท่านี้ น่าจะมีปัญหาซ่อนเร้นที่ต้องซ่อม (เช่น ระบบไฟหรือท่อประปา) เป็นเงินเท่าไหร่ ซึ่งช่วยให้ผู้ซื้อคำนวณ "ราคาสุทธิ" (ราคาบ้าน + ค่ารีโนเวท) ได้แม่นยำขึ้น ทำให้ตัดสินใจกู้เงินหรือวางแผนการเงินได้ดีมากขึ้น
3. Smart Location หาทำเลที่ไม่ได้ความนิยมแต่มีศักยภาพสูง
บางครั้งทำเลที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่ทำเลที่ดีและเป็นที่นิยมที่สุดในตอนนี้ แต่ AI มองเห็นถึงศักยภาพของทำเลนี้ในอนาคตได้ โดย AI จะนำข้อมูลจากหลายแหล่งทั้งจากข่าวสาร เว็บไซต์ มาวิเคราะห์เช่น แผนการตัดถนนใหม่ โครงการรถไฟฟ้าในอนาคต การจดทะเบียนธุรกิจใหม่ในพื้นที่ การก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่อการดำรงชีวิต หรือแม้แต่ความหนาแน่นของประชากร ซึ่งการช่วยหาบ้านรีโนเวทพร้อมเข้าอยู่ในราคา "ถูกกว่าตลาด" แต่มีโอกาสที่ราคาจะพุ่งสูงขึ้นในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ช่วยให้ได้บ้านที่มีราคาถูกกว่า แต่ได้คุณภาพที่เทียบเท่ากับบ้านที่อยู่ในทำเลที่พัฒนาแล้ว และยังเป็นการต่อยอดไปในการลงทุนอสังหาฯ ส่วนตัว
4. AI Behavior ผู้ช่วยที่รู้ใจจากการสังเกตุพฤติกรรม
การสังเกตุพฤติกรรมการค้นหาของคุณ AI จะนำพฤติกรรมที่เรียนรู้จาการค้นหาของคุณ เปลี่ยนมาเป็นข้อเสนอที่ตอบโจทย์คุณที่สุด โดย AI จะเรียนรู้จากพฤติกรรมการค้นหาของคุณว่าคุณดูรูปบ้านสไตล์ไหนนานเป็นพิเศษ ชอบบ้านที่มีแสงธรรมชาติไหม ชอบสีโทนไหน มีความสนใจในเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ใดเป็นพิเศษ หรือมักจะเลื่อนผ่านบ้านที่ไม่มีที่จอดรถ มันจะไม่ใช่แค่หาตาม "Keyword" ที่เราพิมพ์ แต่หาจาก "รสนิยม" ที่เราแสดงออกผ่านการใช้งาน ยิ่งคุณค้นหามากเท่าไหร่ AI จะยิ่งคัดกรองบ้านที่ "โดนใจ" มาให้คุณเห็นเร็วขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาไล่ดูบ้านนับพันหลังที่ไม่ใช่สไตล์คุณเลย
จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ชัดว่า AI นั้นอยู่ใกล้ตัวเรามาก ๆ สามารถช่วยตอบโจทย์ความต้องการของเรา และการมาของ AI ในครั้งนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพบ้านในฝันของคุณได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ช่วยในการวางแผนการเงิน และตัดสินใจได้อย่างแน่วแน่ในการเลือกซื้อบ้านรีโนเวทพร้อมเข้าอยู่ในราคา และคุณภาพที่ดีให้กับคุณได้

ถ้าหากคุณยังไม่พร้อมที่จะใช้งาน AI?
หากคุณยังไม่พร้อมใช้งาน AI อย่างเต็มประสิทธิภาพ การเริ่มต้นจากตัวเลือกที่ผ่านการคัดกรองมาแล้วก็ช่วยให้การตัดสินใจง่ายขึ้นได้เช่นกัน เพราะการเลือกที่อยู่อาศัยไม่ใช่แค่ดูรูปหรือราคา แต่ต้องพิจารณาทั้งทำเล สภาพบ้าน งบประมาณหลังเข้าอยู่ และความเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของครอบครัว Bangkok Assets จึงรวบรวม ตัวเลือกบ้านพร้อมอยู่ที่คัดกรองได้ตรงไลฟ์สไตล์ เพื่อช่วยให้ผู้ซื้อเริ่มต้นค้นหาบ้านที่เหมาะกับตัวเองได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งโชคหรือเลื่อนดูตัวเลือกจำนวนมากจนเสียเวลา