5 ขั้นตอนที่ห้ามมองข้ามหลังสถานการณ์น้ำท่วม
ต้องยอมรับเลยนะครับ ว่าเป็นอีกหนึงปีที่ประเทศไทยประสบปัญหาน้ำท่วมใหญ่ในหลาย ๆ พื้นที่ และเราเชื่อว่าหลังน้ำลด หลายคนก็อยากรีบกลับไปดูบ้าน แต่ BKA ขอฝากไว้กับทุกคนเลยนะครับว่า อย่าเพิ่งรีบจนลืมคำนึงถึงความปลอดภัย... เพราะการกลับเข้าไปในบ้านที่เพิ่งผ่านอุทกภัยมา จะต้องทำอย่างระมัดระวังจริง ๆ เพราะยังมีอันตรายแฝงอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างตัวอาคารที่อาจจะไม่มั่นคงหลังต้องรับความแรงจากกระแสน้ำ เชื้อโรค หรือสารเคมีที่ไหลมาตามน้ำ หรือไฟฟ้าลัดวงจร
วันนี้เราจึงขอนำ 5 ข้อปฏิบัติสำคัญ ที่จะช่วยให้คุณ และครอบครัวสามารถย้ายกลับเข้าบ้านได้ปลอดภัยมาฝากทุกคนครับ
1. ตรวจสอบความปลอดภัยก่อนกลับเข้าบ้าน
หลังน้ำลด สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือ “ความปลอดภัย” ก่อนก้าวเท้าเข้าบ้าน ควรรอประกาศจากหน่วยงานรัฐว่าสามารถกลับเข้าพื้นที่ได้แล้ว และควรมีคนไปด้วยเสมอ เมื่อเข้าไปสำรวจบ้าน ห้ามเปิดไฟเองเด็ดขาดหากระบบไฟเคยจมน้ำ ต้องให้ช่างไฟที่ได้รับการรับรองตรวจสอบก่อน รวมถึงต้องตรวจดูโครงสร้างบ้าน หลังคา ผนัง และตามจุดอับให้ดี เพราะอาจมีสัตว์มีพิษ เช่น งู หรือแมงป่องหลบซ่อนอยู่
2. บันทึกความเสียหาย และติดต่อประกัน หรือหน่วยงานช่วยเหลือ
ก่อนเริ่มเก็บกวาดใด ๆ ควรบันทึกหลักฐานความเสียหายให้ครบถ้วน ทั้งภาพถ่าย วิดีโอ และขีดระดับน้ำท่วมไว้บนผนัง เพื่อใช้ประกอบการประเมินและเคลมประกัน หากมีประกันบ้านหรือประกันทรัพย์สิน ควรรีบติดต่อทันที รวมถึงเก็บใบเสร็จค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการฟื้นฟูทั้งหมดไว้ ขณะเดียวกันก็ควรติดตามมาตรการเยียวยาจากรัฐ เช่น เงินช่วยเหลือหรือการพักชำระหนี้ เพื่อช่วยลดภาระในช่วงตั้งหลักอีกครั้ง
3. ทำความสะอาดบ้าน และทำความสะอาดอย่างปลอดภัย
การทำความสะอาดหลังน้ำท่วมต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะน้ำท่วมอาจนำพาเชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อนเข้ามาในบ้าน ควรใส่รองเท้าบูท ถุงมือยาง และหน้ากากขณะทำงาน สิ่งของที่ไม่สามารถฆ่าเชื้อได้ เช่น ฟูก ที่นอน เครื่องนอน เฟอร์นิเจอร์ที่ดูดน้ำ อาหารทุกชนิดที่สัมผัสน้ำท่วม ต้องทิ้งทันที หลังจัดขยะออกแล้วให้ทำความสะอาดพื้นและผนังด้วยผงซักฟอก จากนั้นฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาฟอกขาวเจือจางเพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อราและเชื้อโรค
4. ทำให้บ้านแห้งสนิท และตรวจสอบระบบน้ำ-ส้วม
เมื่อทำความสะอาดแล้ว ขั้นตอนสำคัญคือการทำให้บ้านแห้งสนิทเพื่อป้องกันปัญหาเชื้อราและความชื้นสะสม หากมีน้ำขังในพื้นที่ปิด ควรระบายออกทีละน้อยเพื่อลดความเสี่ยงที่แรงดันน้ำจะทำให้ผนังแตกหรือพื้นเสียหาย เปิดหน้าต่างให้ลมผ่าน ใช้พัดลมหรือเครื่องลดความชื้นช่วยได้ และไม่ควรเริ่มงานซ่อมแซมหรือทาสีจนกว่าบ้านจะแห้งสนิท ตรวจสอบระบบน้ำประปาและส้วมด้วยว่าใช้งานได้ตามปกติ ไม่ควรใช้น้ำกินน้ำใช้จากก๊อกจนกว่าจะแน่ใจว่าน้ำสะอาดปลอดภัย
5. วางแผนซ่อมแซม และสร้างคืนให้ปลอดภัยกว่าเดิม
เมื่อทุกอย่างเริ่มสงบลง นี่คือเวลาที่ควรวางแผนฟื้นฟูบ้านให้ดีขึ้นกว่าเดิมตามแนวคิด Build Back Better and Safer อาจพิจารณายกพื้นหรือปรับตำแหน่งอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่สูงกว่าระดับน้ำท่วมเดิม รวมถึงเลือกใช้วัสดุที่ทนน้ำ เช่น กระเบื้องแทนไม้ หรือวัสดุที่ไม่อมน้ำ เพื่อลดความเสียหายในอนาคต การวางแผนซ่อมแซมอย่างรอบคอบ จะช่วยให้บ้านกลับมาน่าอยู่และมีความปลอดภัยมากขึ้นเมื่อน้ำท่วมอาจเกิดขึ้นอีกครั้งในอนาคต